Blog

TGAT TPAT 2025 คืออะไร วิธีเตรียมสอบให้พร้อมสอบเข้ามหาวิทยาลัย

TGAT TPAT 2025 คืออะไร วิธีเตรียมสอบให้พร้อมสอบเข้ามหาวิทยาลัย

Student blog — 16/12/2025

Educational
TGAT TPAT 2025 คืออะไร วิธีเตรียมสอบให้พร้อมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
การสอบ TGAT (Thai General Aptitude Test) และ TPAT (Thai Professional Aptitude Test) เป็นกุญแจสำคัญสู่การเข้ามหาวิทยาลัยในระบบ TCAS การเตรียมตัวที่ดีต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ และการวางแผนที่รัดกุม

ทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ (Know Your Enemy)

1. ทำความเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ (Know Your Enemy) ก่อนเริ่มอ่านหนังสือ ต้องรู้ว่าแต่ละวิชาทดสอบอะไรบ้าง และมีสัดส่วนคะแนนอย่างไร
TGAT (การวัดสมรรถนะทั่วไป)
  • TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ (English Communication) เน้นทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เช่น บทสนทนา, การอ่านเพื่อจับใจความ, และไวยากรณ์พื้นฐาน
  • TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล (Critical Thinking) เน้นการประเมินสถานการณ์, ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล, และความสามารถในการสรุปความ
  • TGAT3 สมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Workforce Competencies)
การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม การคิดนอกกรอบ, การแก้ปัญหาเชิงนวัตกรรม การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน การวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของปัญหาหลายมิติ เเละ การบริหารจัดการอารมณ์ ความเข้าใจตนเองและการจัดการความเครียด
TPAT (การวัดสมรรถนะทางวิชาชีพ)
  • TPAT1 วิชาเฉพาะ กสพท. (สำหรับแพทย์ ทันตะ เภสัช สัตวแพทย์)
  • TPAT2 ความถนัดทางศิลปกรรม
  • TPAT3 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
  • TPAT4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
  • TPAT5 ความถนัดทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์
2. วางแผนการอ่านแบบย้อนกลับ (Reverse Planning) ขั้นตอนการวางแผนที่เน้นความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ
  • กำหนดวันสอบ ดูปฏิทินสอบ TGAT/TPAT อย่างเป็นทางการ
  • กำหนดเป้าหมายคะแนน ตั้งเป้าคะแนนที่ต้องการในแต่ละวิชา (อ้างอิงจากคะแนนต่ำสุด-สูงสุดของคณะที่สนใจ)
  • ประเมินตัวเอง (Diagnostic Test) ทำข้อสอบจริงปีก่อนหน้า 1 ชุด เพื่อหาจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ จุดอ่อน คือวิชา/หัวข้อที่ต้องจัดสรรเวลาอ่านมากที่สุด เเละจุดแข็ง คือวิชา/หัวข้อที่ควรเน้นการทำโจทย์เพิ่มความแม่นยำ
  • แบ่งเวลาต่อสัปดาห์ จัดตารางอ่านหนังสือรายสัปดาห์ กำหนดเวลาอ่านที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ โดยเน้นการ สลับวิชา (Interleaving) เพื่อไม่ให้สมองล้า เช่น เช้าอ่าน TGAT3 บ่ายทำโจทย์ TPAT3
  • กำหนดวันพักผ่อน (Rest Day) การพักผ่อนและการนอนหลับอย่างเพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของการอ่านหนังสือ
3. เทคนิคการเตรียมตัวรายวิชาที่เน้นประสิทธิภาพ TGAT (เน้นการฝึกทักษะ ไม่ใช่ท่องจำ)
TGAT1 (ภาษาอังกฤษ)
  • เพิ่มคลังศัพท์ (Vocabulary) เน้นศัพท์ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันและสำนวน
  • ทำแบบฝึกหัด Reading ฝึกอ่านจับใจความสำคัญอย่างรวดเร็ว (Skimming and Scanning) เพราะข้อสอบมักยาว
  • ฝึกฟัง (Listening Practice) ฟัง Podcast/YouTube ภาษาอังกฤษเพื่อชินสำเนียง (แม้ข้อสอบไม่ได้สอบฟังโดยตรง แต่ช่วยเรื่องบทสนทนา)
TGAT2 & TGAT3 (การคิดและสมรรถนะ)
  • ฝึกคิดวิเคราะห์ โจทย์ส่วนนี้เน้นการประยุกต์ใช้ หลักการเหตุผล และ สามัญสำนึก (Common Sense) ในการทำงาน
  • ดูข่าวและเทรนด์โลก TGAT3 มักมีโจทย์ที่อ้างอิงสถานการณ์ปัจจุบันและเทรนด์ในอนาคต (เช่น AI, ภาวะโลกร้อน, ทักษะใหม่ๆ) การติดตามข่าวสารช่วยได้มาก
  • ฝึกทำโจทย์จับคู่ โจทย์หลายข้อต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของชุดข้อความ
TPAT (เน้นความถนัดเฉพาะทาง)
  • TPAT1 (กสพท.) เน้นการฝึกทำโจทย์จับเวลาเพื่อจัดการความกดดัน และการวิเคราะห์จริยธรรมทางการแพทย์
  • TPAT3 (วิทย์ฯ/วิศวะฯ) ทบทวนหลักการทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่ใช้บ่อยในงานวิศวกรรม รวมถึงการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ (Logical Problem Solving)
  • TPAT อื่นๆ เน้นการฝึกฝนตามรูปแบบข้อสอบปีก่อนหน้าและพัฒนาทักษะเฉพาะทางที่คณะต้องการอย่างต่อเนื่อง
4. การทำข้อสอบเสมือนจริง (Mock Exam) ในช่วง 1-2 เดือนสุดท้าย ควรเน้นการทำข้อสอบเสมือนจริงให้มากที่สุด ทำแบบจับเวลา จำลองบรรยากาศการสอบจริงอย่างเคร่งครัด รวมถึงการเว้นช่วงพัก วิเคราะห์ข้อผิดพลาด ทุกครั้งที่ทำเสร็จ ต้องใช้เวลาทบทวนว่าข้อที่ผิด ผิดเพราะ ไม่รู้เนื้อหา หรือ ประมาท/บริหารเวลาพลาด หากไม่รู้เนื้อหา ให้กลับไปทบทวนบทเรียนนั้นซ้ำ เเละฝึกการฝนกระดาษคำตอบ ฝึกฝนการระบายคำตอบให้รวดเร็วและไม่ผิดพลาด เพราะอาจทำให้เสียเวลาอันมีค่าในการสอบ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสม่ำเสมอและความเชื่อมั่นในตัวเอง ขอให้โชคดีกับการเตรียมตัวสอบ TGAT/TPAT

ที่มา : แอดมินคณะวิทยพัฒน์

แชร์บทความนี้

หลักสูตร